Site icon vworkpoint

ฟันผู้ค้าหวย 1.3 หมื่นราย ตัดโควตาสลากตลอดชีวิต

สำนักงานสลากลั่น 13,000 ราย ออกจากระบบแน่ เหตุโดนตัดโควตาตลอดชีวิต หลังสแกนพบ นำสลากไปฝาก 2 เจ้าใหญ่ “มังกรฟ้า” และ “กองสลากพลัส” ตะลึงพบสลากมากถึง 7 ล้านฉบับ ลุยแก้ปัญหาให้ขายไม่เกิน 80 บาท ด้านกองสลากพลัสไม่หวั่นเดินหน้าขายต่อ เหตุค่าปรับจิ๊บๆ

การลุยปราบเว็บไซต์ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล(ลอตเตอรี่) ออนไลน์รายใหญ่ 2 ราย คือ “มังกรฟ้า” และ “กองสลากพลัส” ทำให้เราเห็นว่า มีสลากฯ ในมือของ 2 รายนี้สูงถึง 7 ล้านฉบับ ทั้งที่หากดูจากตัวเลขของ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2564 ตามระบบการจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ละงวดที่พิมพ์ไม่เกิน 100 ล้านใบแล้ว จะมีผู้จำหน่ายสลากทั่วประเทศมากถึง 181,755 ราย

การกระทำดังกล่าวถือว่า ผิดวัตถุประสงค์ของการจำหน่ายล็อตเตอรี่ของสำนักงานกินแบ่งรัฐบาล เพราะมีข้อกำหนดชัดเจนว่า ผู้ค้าที่มีโควต้าสลากต้องจำหน่ายสลากด้วยตนเอง ห้ามขายผ่านคนกลาง และห้ามขายเกินราคาหน้าสลากที่ 80 บาทต่อใบ

นอกจากการสอบสวนเพื่อเอาผิดทางกฎหมาย “มังกรฟ้า” และ “กองสลากพลัส” แล้ว สำนักงานสลากยังเดินหน้าเอาผิดผู้ค้าที่นำสลากไปฝากขายบนแพล์ตฟอร์มทั้ง 2 รายนี้ด้วย

 

ตัด 1.3 หมื่นรายออกระบบโควตา
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สำนักงานสลากฯ ได้นำต้นขั้วสลากฯจาก “มังกรฟ้า” และ “กองสลากพลัส” มาสแกนหาเจ้าของโควต้าแล้วพบว่า เป็นผู้ค้าสลากในโควตา 13,000 ราย ซึ่งทั้ง 13,000 ราย จะต้องออกไปจากระบบการจำหน่ายสลากแน่ๆ เพราะจะถูกตัดโควต้าการจำหน่ายสลากฯ ตลอดชีวิตไม่เว้นแม้แต่สมาคม องค์กร มูลนิธิ และผู้พิการ

สำนักงานสลากฯ กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา โดยได้จัดทำแพลตฟอร์มฝากขายสลากฯ บนแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสลากฯให้กับผู้ค้า และให้ผู้ซื้อได้ซื้อสลากในราคา 80 บาทอย่างแท้จริง โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อใดๆ และยังเป็นการป้องกันการถูกหลอกลวง หรือ ถูกโกง ในกรณีที่ถูกรางวัลด้วย

 

ทั้งนี้ผู้ค้าที่มีโควต้าสลากฯ สามารถเลือกได้ว่า จะฝากขายผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ทั้งหมด หรือ แค่บางส่วน เช่น โควต้าสลากฯ 5 เล่ม (500 ใบ) ฝากขายบนแอปฯ เป๋าตัง 300 ใบ อีก 200 ใบ ผู้ค้าจะได้รับสลากใบจริง เพื่อนำไปเดินเร่หรือวางจำหน่ายหน้าร้านเอง ซึ่งการขายสลากฯบนแอปฯ เป๋าตังนี้ จะเริ่มได้อย่างเร็วคืองวดวันที่ 2 พฤษภาคม หรืออย่างช้าไม่เกินงวดเดือนกรกฎาคม 65 นี้

 

“หากผู้ค้ามีแทปเล็ต ยังสามารถเปิดขายสลากควบคู่กันคือ ทั้งแบบใบจริง 200 ใบและเปิดหน้าแพลตฟอร์มให้ลูกค้าได้เลือกสลาก 300 ่ใบ ที่ตนเองได้ฝากขายไว้บนแพลตฟอร์มได้ด้วย” นายลวรณกล่าว

 

ลงทะเบียนใหม่ คัดผู้ค้าสลากตัวจริง
นอกจากนั้นในระบบผู้ค้ารายย่อยที่มี 1.3 แสนรายนั้น ยังมีการจัดลงทะเบียนใหม่ เพื่อให้ได้ผู้ค้าสลากฯ ตัวจริง เพราะจากจำนวนผู้ค้ารายย่อยดังกล่าว มีกว่า 5 แสนรายที่แปลงร่างจาก 5 เสือมาเป็นผู้ค้ารายย่อยที่มาลงทะเบียนจองซื้อสลากฯ จากสำนักงาน แต่ไม่ได้เป็นผู้ขายสลากตัวจริง เป็นตัวแทนให้กับผู้ค้ารายใหญ่ เพื่อนำไปรวมชุด

 

การลงทะเบียนผู้ค้าใหม่ 2 แสนราย จึงเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ค้าที่เป็นผู้ลงทะเบียนเดิม แต่มายืนยันผ่านแอปฯ เป๋าตัง จะได้รู้ว่าเป็นใคร จะมีคิวอาร์โค้ด เพื่อจะได้รู้ว่า มีการขายจริง มีการรับจ่ายเงินผ่านแอปเป๋าตังค์ สำหรับใครที่ไม่มีสมาร์ทโฟนก็สามารถปริ้นซ์คิวอาร์โค้ดไปติดหน้าร้านได้ เพื่อจะได้มีหลักฐานการชำระเงินและซื้อขายกันจริง พร้อมๆ กับเปิดโอกาสให้กับคนที่ไม่เคยขายสลากฯ ได้ลงทะเบียนใหม่ด้วย

 

นอกจากนั้นยังประสานงานกับผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด เพื่อคัดกรองผู้ค้ารายย่อยที่เป็นตัวจริง หากต้องการเพิ่มทางสำนักงานสลากฯจะเพิ่มให้ เพราะนโยบายลงทะเบียนใหม่นั้นเพิ่มจำนวนอีก 7 หมื่นราย รวมถึงการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ เพื่อลงพื้นที่เก็บข้อมูลและส่งข้อมูลเข้ามาผ่านกูเกิลฟอร์ม ซึ่งก็ทยอยเข้ามาเรื่อย

 

เพิ่มจุดขายสลาก 80 บาท
ขณะเดียวกันสำนักงานสลากฯ ยังจัดจำหน่ายสลากไม่เกิน 80 บาท ซึ่งภายในพฤษภาคมในพื้นที่ภาคกลางจะครบ 200 จุดตามเป้าหมายจากนั้นจะดำเนินการไปแต่ละภาค เพื่อให้ได้ 1,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้การซื้อสลากไม่เกิน 80 บาทหาง่ายขึ้น

 

“สิ่งที่เราทำต่างๆ จะเริ่มเห็นผล ถ้าหากคนสามารถซื้อสลากได้ในราคา 80 บาทที่ง่าย ก็จะทำให้คนไม่หันไปซื้อสลากที่แพง และการขยายสลากเกินราคาก็จะค่อยๆ หายไป แม้จะหมดไม่ทั้งหมด แต่ก็ทำได้ยากขึ้น เพราะที่จริงถ้าคนไม่โลภมาก กำไรที่สำนักงานสลากให้ 9.60 บาทต่อใบงวดละ 4,800 บาท เดือนหนึ่งก็จะได้กำไรแล้ว 9,600 บาท” นายลวรณกล่าว

 

ทั้งนี้ในแต่ละงวด สำนักงานสลากฯ จะพิมพ์สลากฯไม่เกิน 100 ล้านใบ โดยที่สำนักงานสลากจะขายในราคาใบละ 70.40 บาท เพื่อให้ขายในราคาไม่เกินใบละ 80 บาท ซึ่งจะทำให้ผู้ค้าสลากมีกำไร 9.60 บาทต่อใบ
ส่วนช่องทางการจำหน่าย จะผ่าน 2 ช่องทางคือ

ระบบตัวแทนจำหน่าย 31 ล้านฉบับ ประกอบด้วย สมาคม/องค์กร/มูลนิธิ 883 ราย 155,241 เล่ม ซึ่งนำไปจัดสรรให้กับสมาชิก 25,858 ราย บุคคลทั่วไปรายย่อยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 24,875 ราย 124,813 เล่ม และคนพิการ 2,078 ราย 10,406 เล่ม
ระบบซื้อ-จองล่วงหน้า ผ่านธนาคาร กรุงไทย 69 ล้านฉบับ โดยเป็นสลากจอง 669 ,440 เล่ม 121,333 ราย และสลากซื้อ 40,100 เล่ม 7,911 ราย

กองสลากพลัส เดินหน้าขายต่อ
ด้านนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล็อตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด ผู้จัดทำเว็บไซต์กองสลาก.com และ กองสลากพลัส.com เว็บไซต์ขายล็อตเตอรี่ออนไลน์ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กองสลากพลัสจะเดินหน้าขายสลากออนไลน์ต่อไปตามปกติ โดยยอมเสียค่าปรับทุกงวด จนกว่าสำนักงานสลากฯและอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล จะสามารถแก้ปัญหาการจำหน่ายสลากไม่เกิน 80 บาทได้ เพราะต้องการดูแลราคาสลากฯไม่ให้เกิน 100 บาท

ล่าสุดได้นำเสนอประเด็นแก้ไขปัญหาสลากแพง ที่ยังไม่มีใครพูดมาก่อน ต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งเรื่อง สลากโควต้า การจัดห้องรวมชุด แก๊งเช่าบัตรกดเป็นปีละหมื่นเป็นแสน และยังมีแก๊งโกงหวย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ต้องไปแก้ไขปัญหาดังกล่าว กองสลากพลัส เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้นำสลากฯมาขายเท่านั้น ไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้สลากฯมีราคาแพง

อ้างอิง
https://www.thansettakij.com/money_market

Exit mobile version